ข้อเสนอส่งเสริมการขาย — ทดลองใช้ 48 ชม. ที่ ฿33.75 จากนั้น ฿1,837.50/เดือน โดยไม่มีข้อผูกมัด โซลูชันในการติดตามการสมัครสมาชิกของคุณ

ยกเลิก Promise: วิธีที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก
เรียนรู้วิธียกเลิก Promise อย่างง่ายดาย พร้อมข้อมูลที่จำเป็นและการประเมิน 4.8/5 จาก Tocancel คลิกเพื่อเริ่มต้น!
ข้อมูลของคุณ
กรอกแบบฟอร์มด้านล่างสำหรับขั้นตอนการยกเลิกทางอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นข้อมูลของคุณจะถูกกรอกล่วงหน้าใน Tocancel ไม่มีการแสดงตัวอย่างตัวอักษร ในหน้านี้
วิธียกเลิก Promise และหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร
สินเชื่อ Promise คืออะไร และเหตุใดคุณอาจต้องการยกเลิก
Promise คือบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว บริษัทใช้ระบบหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารของคุณ เพื่อให้การชำระหนี้สะดวกและเป็นไปตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม หลายคนพบว่าพวกเขาไม่ต้องการบริการนี้อีกต่อไป หรือต้องการสลับไปใช้บริการสินเชื่ออื่นที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า
คุณอาจเชื่อว่าการยกเลิก Promise เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ตามจริงแล้ว คุณมีสิทธิในการหยุดบริการนี้ได้เมื่อใดก็ตาม และที่ Tocancel เรามีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อช่วยให้ขั้นตอนการยกเลิกง่ายขึ้น
บริการของ Promise และโครงสร้างค่าใช้จ่าย
Promise นำเสนอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งคุณสามารถเบิกเงินได้ตามที่คุณต้องการ บริษัทนี้เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามจำนวนเงินที่คุณเบิก บริการหักเงินอัตโนมัติถูกตั้งค่าเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ลืมกำหนด แต่หากคุณไม่ต้องการให้ Promise หักเงินจากบัญชีของคุณอีกต่อไป คุณต้องส่งคำร้องยกเลิกให้กับทีมงานของพวกเขาโดยตรง
เหตุผลทั่วไปที่ผู้บริโภคเลือกยกเลิก Promise
ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิก Promise ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น การค้นพบว่าคู่แข่งรายอื่นมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือพบว่าตนเองสามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้แล้ว บางคนกังวลเกี่ยวกับการหักเงินอัตโนมัติและต้องการควบคุมการเงินของตนเองได้ดีขึ้น คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในความคิดเห็นนี้ และที่ Tocancel เราเข้าใจความกังวลและความต้องการเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง
ราคา ค่าใช้จ่าย และการเงินของ Promise
เมื่อคุณตัดสินใจยกเลิก Promise ต้องเข้าใจว่าคุณอาจต้องชำระค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อน ตารางด้านล่างแสดงโครงสร้างค่าใช้จ่ายของ Promise ที่คุณควรรู้
| ประเภทค่าใช้จ่าย | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ | ตามสัญญา | คิดตามจำนวนเงินที่เบิก |
| ค่าธรรมเนียมบริหารบัญชี | ตามสัญญา | อาจคิดเป็นรายปีหรือรายเดือน |
| ค่าธรรมเนียมการหักเงินไม่สำเร็จ | ตามสัญญา | หากบัญชีธนาคารไม่มีเงินพอ |
| ค่าปรับล่าช้า | ตามสัญญา | หากชำระช้ากว่ากำหนด |
| ยอดคงเหลือ | ต้องชำระให้หมด | ต้องจ่ายให้เสร็จสิ้นก่อนยกเลิก |
ข้อมูลสำคัญ: หากคุณมียอดคงเหลือในบัญชี คุณต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนที่ Promise จะสามารถหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารของคุณได้
สิทธิของผู้บริโภคไทยตามกฎหมาย
ก่อนที่คุณจะดำเนินการยกเลิก Promise สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าคุณมีสิทธิอะไรตามกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561
กฎหมายไทยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับคุณคือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 ซึ่งคุ้มครองสิทธิของคุณเมื่อทำสัญญากับบริษัท เช่น Promise กฎหมายนี้รับประกันว่าบริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขการสัญญาอย่างชัดเจนและเต็มไป
สิทธิของคุณรวมถึง: คุณมีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญาได้เมื่อใดก็ตาม โดยต้องให้หมดอย่างสิ่งที่บริษัทกำหนด บริษัทต้องส่งหลักฐานการหักเงิน บริษัทต้องตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของคุณภายใน 15 วัน และหากบริษัทปฏิเสธการร้องขอของคุณ คุณมีสิทธิที่จะยื่นความเห็นต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคป.)
การหยุดการหักเงินอัตโนมัติ
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคป.) ประกาศอย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคมีสิทธิที่จะขอยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารได้ บริษัทต้องสิ้นสุดการหักเงินภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำร้องของคุณ หากบริษัติ Promise ยังคงหักเงินหลังจากที่คุณยกเลิกแล้ว คุณสามารถยื่นความเห็นและขอค่าชดเชยได้
วิธีการยกเลิก Promise โดยขั้นตอนที่ชัดเจน
Promise ไม่อนุญาตให้ยกเลิกผ่านแอปมือถือหรือเว็บไซต์โดยตรง คุณต้องติดต่อพวกเขาทางโทรศัพท์หรือจดหมายลงทะเบียน ด้านล่างนี้คือวิธีการที่ให้หลักฐานมากที่สุด
วิธีที่ 1: ส่งจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่ดีที่สุดและให้หลักฐานมากที่สุด)
การส่งจดหมายลงทะเบียนคือวิธีที่ให้หลักฐานมากที่สุด เพราะว่ามีการบันทึกหลักฐานการส่ง และคุณจะได้รับใบส่งที่พิสูจน์ว่าคุณได้ส่งคำร้องแล้ว ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- เตรียมเอกสารที่จำเป็น
- สำเนาบัตรประชาชนของคุณ
- เลขที่สัญญาหรือเลขประจำตัวบัญชี Promise
- เบอร์โทรศัพท์ติดต่อของคุณ
- เขียนจดหมายร้องขอยกเลิก ระบุข้อมูลต่อไปนี้อย่างชัดเจน:
- วันที่ของจดหมาย
- ชื่อเต็มของคุณและเลขบัตรประชาชน
- เลขสัญชาติหรือเลขประจำตัวบัญชี Promise
- ประโยคที่ชัดเจน: "ข้าพเจ้าขอยกเลิกสัญญาสินเชื่อและหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารทันที"
- ลายเซ็นและวันที่
- สลักหมายเอกสาร (จดหมาย สำเนาบัตร และเอกสารอื่นๆ) เข้าด้วยกัน
- ส่งไปยังที่อยู่ สำนักงานใหญ่ของ Promise ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (ดูที่อยู่ด้านล่าง)
- เก็บใบส่งไปรษณีย์ไว้เป็นหลักฐาน
- รอการตอบรับจาก Promise ภายใน 3-5 วันทำการ
วิธีที่ 2: โทรติดต่อสายด่วนของ Promise
หากคุณต้องการวิธีที่เร็วกว่า คุณสามารถโทรติดต่อทีมงาน Promise โดยตรง ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- เตรียมข้อมูลบัญชีของคุณให้พร้อม
- เลขที่สัญญา
- ชื่อเต็มและเลขบัตรประชาชน
- เบอร์โทรศัพท์ลงทะเบียน
- โทรไปยังสายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ของ Promise
- แจ้งให้ทีมงานทราบว่าคุณต้องการยกเลิกบัญชี และหยุดการหักเงินอัตโนมัติ
- ขอให้พวกเขาบันทึกคำขอของคุณในระบบ
- ขอหมายเลขอ้างอิง (reference number) เพื่อติดตามคำขอของคุณ
- ส่งอีเมลเพื่อยืนยันคำขอของคุณภายใน 24 ชั่วโมง (ดูวิธีที่ 3)
วิธีที่ 3: ส่งอีเมลไปยัง Promise
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลักฐานดิจิทัล ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ค้นหาที่อยู่อีเมลอย่างเป็นทางการของ Promise จากเว็บไซต์หรือบิล
- เขียนอีเมลกับหัวข้อ: "ร้องขอยกเลิกสัญญาและหยุดการหักเงินอัตโนมัติ" (ใช้ภาษาไทยอย่างชัดเจน)
- ระบุข้อมูลต่อไปนี้ในเนื้อความ:
- ชื่อเต็ม
- เลขประจำตัวบัญชี
- เลขบัตรประชาชน
- เบอร์โทรศัพท์
- คำขอที่ชัดเจน: "ขอหยุดการหักเงินอัตโนมัติและยกเลิกสัญญา ตั้งแต่วันที่ [เขียนวันที่ปัจจุบัน]"
- แนบสำเนาบัตรประชาชนและบิลล่าสุด
- ส่งอีเมล
- เก็บอีเมลไว้เป็นหลักฐาน
- ติดตามการตอบรับจาก Promise ภายใน 5-7 วัน
ข้อมูลที่คุณต้องเตรียมก่อนยกเลิก
เมื่อคุณติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ให้มีข้อมูลต่อไปนี้พร้อมเพื่อให้ทีมงานสามารถระบุตัวคุณและประมวลผลการร้องขอได้อย่างรวดเร็ว
เอกสารและข้อมูลสำคัญที่คุณต้องเก็บรักษา
- เลขสัญญาหรือเลขประจำตัวบัญชี Promise
- ชื่อเต็มตามบัตรประชาชน
- เลขบัตรประชาชน (13 หลัก)
- เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนกับ Promise
- ที่อยู่อีเมล
- ชื่อบัญชีธนาคารและเลขบัญชีที่ใช้สำหรับการหักเงิน
- สำเนาบัตรประชาชน
- บิลล่าสุดหรือใบยืนยันยอดคงเหลือ
การตรวจสอบยอดคงเหลือก่อนยกเลิก
ก่อนที่จะส่งคำร้องยกเลิก ตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณในแอป Promise หรือล็อกอินเว็บไซต์ หากคุณมียอดคงเหลือ คุณต้องจ่ายให้หมดก่อนที่ Promise จะหยุดการหักเงิน บันทึกวันที่ตรวจสอบและยอดคงเหลือเป็นหลักฐาน
การตรวจสอบประวัติการหักเงินและการคืนเงิน
ก่อนยกเลิก คุณควรตรวจสอบประวัติการหักเงินของคุณในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการหักเงินซ้ำหรือการหักเงินที่ไม่ถูกต้อง
วิธีตรวจสอบประวัติการหักเงิน
- ล็อกอินแอป Promise หรือเว็บไซต์
- หาส่วน "ประวัติการหักเงิน" หรือ "ธุรกรรม"
- ดาวน์โหลดหรือพิมพ์รายการหักเงินทั้งหมด
- เปรียบเทียบกับสเตตเมนต์บัญชีธนาคารของคุณ
- บันทึกวันที่และจำนวนเงินที่หักแต่ละครั้ง
หากพบการหักเงินที่ไม่ถูกต้อง
หากคุณพบการหักเงินซ้ำหรือจำนวนเงินไม่ตรงกัน ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด และส่งร้องขอการคืนเงินไปยัง Promise พร้อมกับคำร้องยกเลิก Tocancel มีทีมงานที่สามารถช่วยคุณตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานสำหรับการเรียกร้องคืนเงินได้
ระยะเวลาหลังจากส่งคำร้องยกเลิก
หลังจากที่คุณส่งคำร้องยกเลิก Promise หรือ Tocancel แล้ว สิ่งต่อไปนี้จะเกิดขึ้น:
สิ่งที่คาดหวังภายหลังการยกเลิก
- ภายใน 1-3 วันทำการ: Promise ต้องรับสั่งคำร้องของคุณ
- ภายใน 3-5 วันทำการ: Promise หยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารของคุณ
- ภายใน 7-14 วัน: คุณจะได้รับจดหมายยืนยันการยกเลิก
- ภายใน 10-15 วัน: สัญญาจะเสร็จสิ้นหมดสิ้น
การตรวจสอบว่าหักเงินหยุดแล้วหรือไม่
เมื่อหลายวันผ่านไปแล้ว ตรวจสอบว่า Promise ยังคงหักเงินอยู่หรือไม่ โดย:
- เข้าตรวจสอบสเตตเมนต์บัญชีธนาคารของคุณ
- ดูว่ามีการหักเงิน Promise ใหม่หลังจากวันที่คุณส่งคำร้องยกเลิก
- หากยังมีการหักเงิน ให้โทรติดต่อ Promise ทันทีและขอชี้แจง
- บันทึกวันที่และจำนวนเงินที่หัก เพื่อเป็นหลักฐาน
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยง
หลายคนพบว่าการยกเลิก Promise เต็มไปด้วยอุปสรรคและความผิดหวัง แต่เมื่อคุณรู้ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง คุณจะสามารถดำเนินการได้มากขึ้น
ข้อผิดพลาดที่ 1: ไม่ชำระยอดคงเหลือก่อนยกเลิก
ผิดพลาด: บางคนยกเลิก Promise โดยปล่อยให้มียอดคงเหลือ ผลที่ตามมาคือ Promise ยังคงหักเงินต่อไป หรือยอดคงเหลือนั้นถูกขยาย เพิ่มดอกเบี้ยเพิ่มเติม
วิธีแก้ไข: ตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณก่อนส่งคำร้องยกเลิก หากมียอดคงเหลือ ชำระให้หมดก่อน
ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่เก็บหลักฐานการยกเลิก
ผิดพลาด: เมื่อคุณโทรติดต่อ Promise หรือส่งอีเมล แต่ไม่ได้บันทึกหมายเลขอ้างอิงหรือเก็บอีเมลไว้ หากเกิดปัญหา คุณจะไม่มีหลักฐาน
วิธีแก้ไข: เสมอส่งจดหมายลงทะเบียนหรือส่งอีเมล และเก็บสำเนาทั้งหมดไว้ Tocancel ขอแนะนำให้คุณถ่ายภาพหรือบันทึกทุกรายการ
ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่ติดตามหลังจากส่งคำร้อง
ผิดพลาด: บางคนส่งคำร้องแล้วลืมเลยติดตาม หลังจาก 2-3 สัปดาห์ Promise ยังคงหักเงิน
วิธีแก้ไข: หลังจากส่งคำร้องแล้ว 3-5 วัน ให้โทรติดตามสถานะ หรือตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณ หากยังคงมีการหักเงิน ให้บันทึกวันที่และโทรติดต่อ Tocancel
ข้อผิดพลาดที่ 4: ปล่อยให้การหักเงินซ้ำ
ผิดพลาด: หลังจากยกเลิก บางคนไม่ได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ Promise อาจหักเงินซ้ำหลายครั้ง
วิธีแก้ไข: ตรวจสอบบัญชีธนาคารอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากยกเลิก
การเปรียบเทียบ Promise กับบริการสินเชื่ออื่นๆ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรยกเลิก Promise หรือไม่ ตารางด้านล่างเปรียบเทียบ Promise กับทางเลือกอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด
| บริการสินเชื่อ | อัตราดอกเบี้ย | วิธียกเลิก | ความเห็น |
|---|---|---|---|
| Promise | ตามสัญญา | โทร/จดหมาย | ต้องติดต่อโดยตรง เสี่ยงสูง |
| สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคาร | 4-8% ต่อปี | ส่วนใหญ่สามารถยกเลิกผ่านแอป | ง่ายกว่า โปร่งใส |
| สินเชื่อ Line Money | 5-12% ต่อปี | สามารถยกเลิกผ่านแอป | สะดวก สำหรับผู้ใช้ Line |
| สินเชื่ออื่นๆ | แตกต่างกันไป | แตกต่างกันไป | เปรียบเทียบให้ดีก่อนเลือก |
รายการตรวจสอบก่อนและหลังการยกเลิก
เพื่อให้การยกเลิก Promise ของคุณสำเร็จลุล่วง ให้ใช้รายการตรวจสอบนี้:
ก่อนการยกเลิก
- ☐ ตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณ
- ☐ ชำระยอดคงเหลือให้หมด (ถ้ามี)
- ☐ รวบรวมเลขสัญญาและข้อมูลบัญชี
- ☐ สำเนาบัตรประชาชนและบิลล่าสุด
- ☐ เขียนจดหมายร้องขอยกเลิก (ถ้าใช้วิธีจดหมาย)
- ☐ บันทึกเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่อีเมลของ Promise
หลังการยกเลิก
- ☐ เก็บใบส่งจดหมายหรืออีเมลยืนยัน
- ☐ บันทึกหมายเลขอ้างอิง (ถ้ามี)
- ☐ ตรวจสอบบัญชีธนาคาร 3-5 วันหลังส่งคำร้อง
- ☐ รอการตอบรับจาก Promise ภายใน 7 วัน
- ☐ ตรวจสอบเสมอว่าหักเงินหยุดแล้ว
- ☐ เก็บเอกสารยืนยันการยกเลิกไว้เป็นระยะยาว
ที่อยู่และวิธีติดต่อ Promise
หากต้องการยกเลิก Promise โดยตรง ดูข้อมูลติดต่อด้านล่าง:
ที่อยู่จดหมายของ Promise
ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยัง:
สำนักงานใหญ่ Promise (Thailand) Co., Ltd.
ที่อยู่: ตามข้อมูลจากเว็บไซต์หรือบิลของคุณ
หมายเหตุ: ที่อยู่อาจเปลี่ยนแปลง แนะนำให้คุณตรวจสอบจากบิลล่าสุดหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก่อนส่ง
เบอร์โทรศัพท์สายด่วน
ตรวจสอบจากบิลของคุณหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการสำหรับเบอร์โทรศัพท์สายด่วนปัจจุบัน
เมื่อ Promise ปฏิเสธหรือล่าช้า
หากคุณส่งคำร้องยกเลิกแล้ว แต่ Promise ปฏิเสธหรือล่าช้าเกินกำหนด คุณมีสิทธิที่จะร้องเรียน
การร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
หากผ่านไป 7 วันแล้ว แต่ Promise ยังไม่ตอบสนอง หรือ Promise ปฏิเสธการยกเลิก คุณสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคป.) ได้ Tocancel สามารถช่วยคุณเตรียมเอกสารและร้องเรียนต่อหน่วยงานนี้
- หน่วยงาน: สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคป.)
- ที่ติดต่อ: ตรวจสอบจากเว็บไซต์ www.ocpb.go.th
- วิธีการ: ร้องเรียนออนไลน์ หรือส่งจดหมายลงทะเบียน
- ค่าใช้จ่าย: ไม่เสียค่าใช้จ่าย
สรุป: ยกเลิก Promise ด้วยความมั่นใจ
การยกเลิก Promise อาจดูซับซ้อนเมื่อมองแวบแรก แต่เมื่อคุณเข้าใจสิทธิของคุณและขั้นตอนที่ชัดเจน คุณสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ ข้อมูลสำคัญคือการเตรียมเอกสาร การส่งคำร้องอย่างเป็นทางการ และการติดตามอย่างสม่ำเสมอ
ตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค คุณมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ตาม และ Promise ต้องหยุดการหักเงินภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำร้องของคุณ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามคุณสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้
Tocancel ได้ช่วยผู้บริโภคไทยหลายพันคนยกเลิก Promise และบริการสินเชื่ออื่นๆ ด้วยความสำเร็จ เราเข้าใจความท้อแท้ที่มาจากการติดต่อบริษัท และเรามีประสบการณ์ในการจัดการกับสถานการณ์ที่ยุ่งยาก หากคุณต้องการความช่วยเหลือหรือมีคำถาม สามารถติดต่อ Tocancel ที่เว็บไซต์ tocancel.com เพื่อให้ทีมงานของเราช่วยคุณดำเนินการยกเลิก Promise ด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ