ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้อเสนอส่งเสริมการขาย — ทดลองใช้ 48 ชม. ที่ ฿33.75 จากนั้น ฿1,837.50/เดือน โดยไม่มีข้อผูกมัด โซลูชันในการติดตามการสมัครสมาชิกของคุณ

Hooq

ยกเลิก Hooq: คู่มือที่ครบถ้วน

เรียนรู้วิธีการยกเลิก Hooq และขอเงินคืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมคะแนน Tocancel 4.8/5 คลิกเพื่อเริ่มต้น!

ข้อมูลของคุณ

กรอกแบบฟอร์มด้านล่างสำหรับขั้นตอนการยกเลิกทางอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นข้อมูลของคุณจะถูกกรอกล่วงหน้าใน Tocancel ไม่มีการแสดงตัวอย่างตัวอักษร ในหน้านี้

คุณต้องการยกเลิก Hooq เมื่อใด

วิธียกเลิก Hooq และรับเงินคืนตามกฎหมายไทย

เข้าใจ Hooq และเหตุผลในการยกเลิก

Hooq เป็นบริการสตรีมมิงวิดีโอแบบออนดีมান์ที่ก่อตั้งในปี 2015 เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย บริการนี้เสนอการเข้าถึงภาพยนตร์และซีรีส์จำนวนมากผ่านแผนสมัครสมาชิกรายเดือน อย่างไรก็ตาม Hooq ประกาศหยุดให้บริการทั่วโลกในวันที่ 30 เมษายน 2020 ซึ่งทำให้ผู้ใช้ที่มีการสมัครสมาชิกจำเป็นต้องจัดการกับการยกเลิกบัญชีและการขอรับเงินคืน

เหตุใดผู้ใช้ในไทยจึงต้องการยกเลิก Hooq

เหตุผลหลักในการยกเลิก Hooq คือการปิดตัวของบริการในเดือนเมษายน 2020 ผู้ใช้ที่สมัครสมาชิกล่วงหน้าต้องการคืนเงินสำหรับส่วนที่เหลือของระยะเวลาการสมัครสมาชิก นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายที่สมัครผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เช่น AIS, Dtac, Truemove หรือ True อาจประสบปัญหาในการหยุดการเรียกเก็บเงินผ่านบิลประจำเดือน ที่ Tocancel เรามีความเข้าใจในสถานการณ์นี้ และเราช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการยกเลิกอย่างถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของไทย

บริการและแผนราคาของ Hooq ในประเทศไทย

ก่อนที่ Hooq หยุดให้บริการ บริษัทนี้ได้เสนอแผนสมัครสมาชิกหลายระดับในประเทศไทย ผู้ใช้สามารถสมัครได้สามวิธี คือ สมัครโดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน Hooq สมัครผ่าน App Store (iOS) หรือ Google Play (Android) หรือสมัครผ่านพันธมิตรของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือซึ่งเรียกเก็บเงินผ่านบิลค่าโทรศัพท์

แผนการสมัครสมาชิก ราคา (บาท) วิธีการเรียกเก็บเงิน เนื้อหา
แผนพื้นฐาน 69 - 99 บัตรเครดิต / เครดิตตรง ภาพยนตร์และซีรีส์มาตรฐาน
แผนระดับกลาง 129 - 149 บัตรเครดิต / เครดิตตรง ภาพยนตร์และซีรีส์ HD
แผนผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย 49 - 99 บิลค่าโทรศัพท์ ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจของพันธมิตร

ข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นราคาที่ Hooq เสนออยู่ก่อนการปิดตัว หากคุณสมัครสมาชิกผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง คุณควรมีเอกสารการสมัครสมาชิกเพื่อใช้อ้างอิงเมื่อขอรับเงินคืน

สิทธิของผู้บริโภคในประเทศไทยตามกฎหมาย

สิทธิของคุณเป็นผู้บริโภคในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และการแก้ไขเพิ่มเติม

สิทธิในการยกเลิกและคืนเงิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค คุณมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาการสมัครสมาชิกได้ โดยต้องแจ้งเตือนพื้นฐานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 7 ถึง 14 วันล่วงหน้า (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาของ Hooq) เมื่อคุณยกเลิกการสมัครสมาชิก Hooq ต้องหยุดการเรียกเก็บเงินในทันที และหากคุณได้ชำระเงินสำหรับช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้เสร็จแล้ว คุณมีสิทธิขอรับเงินคืนทั้งหมด

เนื่องจากว่า Hooq ได้ปิดตัวบริการไปแล้ว สถานการณ์นี้ถือว่าเป็นการบ่อนทำลายสัญญาจากฝ่ายผู้ให้บริการ ซึ่งหมายความว่าคุณมีสิทธิโดยชอบธรรมในการขอคืนเงินทั้งจำนวนสำหรับส่วนที่เหลือของการสมัครสมาชิก Tocancel สามารถช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิเหล่านี้อย่างชัดเจน

หน่วยงานที่เก็บเงินและข้อกำหนดการปฏิเสธ

หากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (เช่น AIS, Dtac, Truemove, True) ปฏิเสธการยกเลิกหรือยังคงเรียกเก็บเงิน คุณมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์ หรือต่อศูนย์บริหารข้อพิพาทด้านการสื่อสารและ บริการส่วนสิบหน้าที่ (สบส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการจัดการข้อพิพาทเกี่ยวกับการสื่อสารและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

ที่ Tocancel เราสามารถช่วยให้คุณเตรียมเอกสารร้องเรียนและเข้าใจขั้นตอนการโต้แย้งกับหน่วยงานเหล่านี้ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณมีทางเลือกทางกฎหมายในการปกป้องสิทธิของคุณ

วิธีการยกเลิก Hooq ตามแต่ละช่องทาง

วิธีการยกเลิก Hooq นั้นขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณสมัครสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงผ่านแอป ผ่าน App Store, Google Play หรือผ่านพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

วิธียกเลิกด้วยจดหมายลงทะเบียน: ทางที่ปลอดภัยที่สุด

Tocancel ขอแนะนำให้คุณใช้จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีหลักในการยกเลิก Hooq เนื่องจากวิธีนี้ให้หลักฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนและไม่อาจปฏิเสธได้

  1. เขียนจดหมายยกเลิกสัญญาโดยลงชื่อและระบุข้อมูลต่อไปนี้
    • ชื่อและนามสกุลของคุณ
    • หมายเลขบัญชี Hooq หรือหมายเลขเบิ้ลที่ปรากฏบนใบแจ้งหนี้
    • ที่อยู่อีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก
    • วันที่ที่คุณต้องการให้การยกเลิกมีผล (ควรเป็นวันที่ส่งหรือวันต่อไป)
    • คำขอให้ Hooq ส่งใบยืนยันการยกเลิกกลับมาหาคุณทางจดหมาย
  2. แนบเอกสารที่จำเป็นต่อไปนี้
    • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันตัวตน
    • สำเนาใบแจ้งหนี้ล่าสุดหรือใบเสร็จรับเงินที่แสดงชื่อและหมายเลขบัญชี
    • หากสมัครผ่านแอป ให้แนบหลักฐานการสมัครหรือการยืนยันทางอีเมล
  3. ส่งจดหมายแบบลงทะเบียนแบบมีการรับรองการส่งและใบตอบรับผู้รับไปยังที่อยู่ของ Hooq (ดูรายละเอียดที่อยู่ในส่วนสุดท้าย)
  4. เก็บสำเนาจดหมายอันดับแรก ใบตอบรับการส่ง และใบแจ้งหนี้ที่แนบไว้เป็นหลักฐาน
  5. รอใบยืนยันการยกเลิกจาก Hooq โดยปกติจะใช้เวลา 7 ถึง 14 วันทำการ

สำคัญ: หากคุณสมัครผ่านพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ คุณอาจต้องส่งการร้องขอยกเลิกไปยังพันธมิตรนั้นด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บเงินซ้ำ Tocancel สามารถช่วยให้คุณจดหมายไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายได้

การยกเลิกผ่าน app store สำหรับผู้ใช้ iOS

หากคุณสมัครผ่าน App Store บน iPhone หรืออุปกรณ์ Apple อื่น ๆ คุณสามารถยกเลิกจากการตั้งค่าบัญชี Apple ได้

  1. เปิดแอป App Store บน iPhone หรือ iPad ของคุณ
  2. แตะปุ่มโปรไฟล์ของคุณที่มุมขวาบนสุด
  3. เลือก "การสมัครสมาชิก" (Subscriptions)
  4. หาและเลือก Hooq จากรายการ
  5. แตะ "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" (Cancel Subscription) และยืนยัน
  6. บันทึกหลักฐานการยกเลิกโดยถ่ายภาพหน้าจอ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Hooq ได้ปิดตัวบริการแล้ว บัญชีของคุณอาจไม่พร้อมใช้งานบน App Store อีกต่อไป หากเป็นเช่นนี้ คุณควรใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนแทน

การยกเลิกผ่าน google play สำหรับผู้ใช้ android

หากคุณสมัครผ่าน Google Play บน Android คุณสามารถยกเลิกได้โดยเข้าไปในการตั้งค่าบัญชี Google ของคุณ

  1. เปิดแอป Google Play Store
  2. แตะไอคอนโปรไฟล์ของคุณที่มุมขวาบนสุด
  3. เลือก "การจัดการสมัครสมาชิก" (Manage subscriptions)
  4. หา Hooq และแตะเลือก
  5. แตะ "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" (Cancel subscription) และทำตามคำแนะนำ
  6. บันทึกหลักฐานการยกเลิก

เช่นเดียวกับ App Store หาก Hooq ไม่มีในรายการ ให้ใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนแทน

การยกเลิกการเรียกเก็บเงินผ่านบิลผู้ให้บริการเครือข่าย

หากคุณสมัครผ่าน AIS, Dtac, Truemove หรือ True และการเรียกเก็บเงินผ่านบิลค่าโทรศัพท์ คุณต้องติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายโดยตรง

  1. โทรศัพท์หรือเข้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณ
  2. ขอมีการปิดการเรียกเก็บเงินสำหรับ Hooq ที่ตั้งชื่อว่า "Hooq subscription" หรือใช้ชื่ออื่น ๆ ตามที่ปรากฏบนใบแจ้งหนี้
  3. ให้หมายเลขบัญชีโทรศัพท์ของคุณและหมายเลขเบิ้ล Hooq
  4. ขอให้ผู้ให้บริการส่งใบยืนยันการปิดการเรียกเก็บเงิน
  5. เก็บใบยืนยันไว้เป็นหลักฐาน

เคล็ดลับ: หากผู้ให้บริการเครือข่ายยังคงเรียกเก็บเงินหลังจากการยกเลิก 1 ถึง 2 เดือน ให้ร้องเรียนไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือศูนย์บริหารข้อพิพาท

ระยะเวลาการยกเลิกและตัวอักษรการคืนเงิน

ระยะเวลาการยกเลิก Hooq นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการยกเลิกและเงื่อนไขสัญญา

เวลาประมวลผล: เมื่อจะหยุดการเรียกเก็บเงิน

เมื่อคุณยกเลิก Hooq ผ่านจดหมายลงทะเบียน โดยทั่วไป Hooq จะสมควรดำเนินการยกเลิกภายในเวลา 7 ถึง 14 วันทำการหลังจากรับจดหมายของคุณ ผู้ให้บริการควรหยุดการเรียกเก็บเงินในวันแรกของเดือนที่จะมาถึง หรือในวันที่คุณร้องขอหากคุณส่งจดหมายอยู่ในช่วงครึ่งแรกของเดือน

หากคุณยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play โดยทั่วไปการยกเลิกจะมีผลในหนึ่งวันหรือสองวันทำการ ส่วนการยกเลิกผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะใช้เวลา 1 ถึง 3 วันทำการ

การคืนเงิน: วิธีขอและจำนวนที่ควรได้

เนื่องจาก Hooq ได้ปิดตัวบริการไปแล้ว คุณมีสิทธิขอคืนเงินทั้งหมดสำหรับส่วนที่เหลือของการสมัครสมาชิก Tocancel แนะนำให้คุณส่งจดหมายร้องขอคืนเงินไปยัง Hooq (หรือพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่าย) ภายใน 30 วันหลังจากการยกเลิก

  1. ระบุจำนวนเงินที่จ่ายสำหรับส่วนที่เหลือของเดือน หรือเดือนต่อ ๆ ไป
  2. คำนวณจำนวนวันที่เหลือและหารด้วยจำนวนวันในเดือน แล้วคูณด้วยค่าสมัครสมาชิก
  3. ขอคืนเงินผ่านจดหมายลงทะเบียน หรือหากคุณสมัครผ่าน App Store / Google Play ให้ติดต่อ Apple หรือ Google โดยตรงเพื่อขอคืนเงิน
  4. เก็บหลักฐานการชำระเงินทั้งหมด เช่น ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน

โดยทั่วไปการคืนเงินจะใช้เวลา 10 ถึง 20 วันทำการนับจากวันที่ Hooq อนุมัติคำขอของคุณ หากคุณไม่ได้รับเงินคืนในเวลาที่กำหนด ให้ติดต่อ Tocancel เพื่อรับความช่วยเหลือในการโต้แย้งกับบริษัท

ข้อผิดพลาดทั่วไปเมื่อยกเลิก Hooq

การยกเลิก Hooq อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อคุณยังไม่คุ้นเคยกับกระบวนการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น ให้คำนึงถึงข้อผิดพลาดต่อไปนี้

ข้อผิดพลาดที่ 1: การพึ่งพาอาศัยเฉพาะวิธีการยกเลิกออนไลน์

ความผิดพลาดทั่วไปคือการพยายามยกเลิก Hooq เพียงผ่านแอปหรือเว็บไซต์เท่านั้น เนื่องจาก Hooq ได้ปิดตัวบริการแล้ว เว็บไซต์อาจไม่ทำงาน หรือแอปอาจถูกลบออกจาก App Store และ Google Play แล้ว ดังนั้น Tocancel ขอแนะนำให้คุณใช้จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีหลักในการยกเลิก

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่ระบุหมายเลขบัญชีอย่างชัดเจน

เมื่อส่งจดหมายยกเลิก คุณต้องระบุหมายเลขบัญชี Hooq และหมายเลขเบิ้ลอย่างชัดเจน หากคุณไม่สามารถหาข้อมูลนี้ได้ ให้ค้นหาใบแจ้งหนี้เก่า หรือติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณเพื่อขอข้อมูล

ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่เก็บหลักฐาน

นี่เป็นความผิดพลาดที่สำคัญที่สุด บัตรใบเตือนการส่ง ใบตอบรับผู้รับ และสำเนาจดหมายอันดับแรกเป็นหลักฐานที่ทรงพลังในการโต้แย้งหากเกิดปัญหา เก็บเอกสารเหล่านี้ไว้อย่างปลอดภัยเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี

ข้อผิดพลาดที่ 4: ลืมยกเลิกการเรียกเก็บเงินผ่านบิลผู้ให้บริการเครือข่าย

หากสมัครผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพียงการยกเลิก Hooq ไม่พอ คุณต้องติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อปิดการเรียกเก็บเงินด้วย ที่ Tocancel เราขอแนะนำให้คุณส่งจดหมายไปยังทั้ง Hooq และผู้ให้บริการเครือข่ายพร้อมกัน

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ติดตามการคืนเงิน

หลังจากยกเลิก อย่าลืมติดตามการคืนเงิน หากคุณไม่ได้รับเงินคืนภายในเวลาที่กำหนด (10 ถึง 20 วันทำการ) โปรด Tocancel ขอแนะนำให้คุณส่งจดหมายร้องขอคืนเงินอีกครั้ง หรือติดต่อหน่วยงานอพยพการปกป้องผู้บริโภค

สิ่งที่ต้องทำหลังจากยกเลิก Hooq

หลังจากส่งจดหมายยกเลิก มีหลายสิ่งที่คุณควรทำเพื่อให้แน่ใจว่าการยกเลิกเสร็จสมบูรณ์และได้รับการคืนเงิน

ติดตามการยกเลิก

รอใบยืนยันการยกเลิกจาก Hooq ภายในเวลา 7 ถึง 14 วันทำการ หากไม่ได้รับ โปรด Tocancel แนะนำให้คุณส่งจดหมายติดตามอีกครั้ง หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า (หากยังมี) เพื่อยืนยันการยกเลิก

ตรวจสอบใจเบิ้ลประจำเดือน

ดูใจเบิ้ลโทรศัพท์หรือใจเบิ้ลบัตรเครดิตประจำเดือนในสองเดือนหลังจากการยกเลิก เพื่อให้แน่ใจว่า Hooq ไม่เรียกเก็บเงินอีกต่อไป หากยังมีการเรียกเก็บเงิน โปรด Tocancel แนะนำให้คุณส่งจดหมายอ้างอิงประสิทธิเพื่อขอยกเลิกและขอคืนเงิน

ขอคืนเงิน

หากคุณยังไม่ได้รับเงินคืน ให้ส่งจดหมายร้องขอคืนเงินไปยัง Hooq (หรือผู้ให้บริการเครือข่าย) ภายใน 30 วันหลังจากการยกเลิก อย่าลืมระบุจำนวนเงินที่ต้องคืน และให้บัตรผ่อนอีเมล

สงวนสิทธิในการร้องเรียน

หากหลังจากตัวอักษรอัตราและการติดตามหลายครั้ง Hooq หรือผู้ให้บริการเครือข่ายยังไม่ยอมคืนเงิน ให้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือศูนย์บริหารข้อพิพาท Tocancel สามารถช่วยให้คุณเตรียมเอกสารและร้องเรียนอย่างถูกต้อง

รายการตรวจสอบการยกเลิก Hooq

ก่อนส่งจดหมายยกเลิก ให้ตรวจสอบว่าคุณมีทุกสิ่งที่จำเป็น

รายการ สถานะ หมายเหตุ
ชื่อและนามสกุลอย่างชัดเจน ☐ ตรวจสอบแล้ว ต้องตรงกับบัญชี Hooq
หมายเลขบัญชี Hooq หรือหมายเลขเบิ้ล ☐ ตรวจสอบแล้ว ดูใบแจ้งหนี้เก่า
ที่อยู่อีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก ☐ ตรวจสอบแล้ว รักษาความเป็นส่วนตัว
สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ☐ ตรวจสอบแล้ว ควรอ่านไม่ออก
สำเนาใจเบิ้ลล่าสุด ☐ ตรวจสอบแล้ว แสดงชื่อและหมายเลขบัญชี
ที่อยู่สงจดหมายของ Hooq ☐ ตรวจสอบแล้ว ดูด้านล่าง

การเปรียบเทียบ: วิธีการยกเลิกต่าง ๆ

ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบวิธีการยกเลิก Hooq ที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

วิธีการยกเลิก ระยะเวลา หลักฐาน ความปลอดภัย แนะนำ
จดหมายลงทะเบียน 7-14 วัน แข็งแกร่ง เรียบร้อย ✓ ดีที่สุด
App Store (iOS) 1-2 วัน อ่อนแอ ตัวอักษรเล็กน้อย เฉพาะเมื่อจำเป็น
Google Play (Android) 1-2 วัน อ่อนแอ ตัวอักษรเล็กน้อย เฉพาะเมื่อจำเป็น
ศูนย์บริการลูกค้า 3-5 วัน ปานกลาง ค่อนข้างดี หากจดหมายไม่ได้ผล
ผู้ให้บริการเครือข่าย 1-3 วัน ปานกลาง ค่อนข้างดี ถ้าสมัครผ่านเครือข่าย

ดังที่เห็นได้ว่า จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเพราะมีหลักฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่ง Tocancel ขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เป็นลำดับแรก

ข้อมูลติดต่อและที่อยู่สงจดหมาย

เพื่อยกเลิก Hooq อย่างถูกต้อง ให้ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ต่อไปนี้

ที่อยู่สงจดหมายของ Hooq

Hooq Pte. Ltd.
สำนักงานใหญ่ (สิงคโปร์)
คลังเก็บข้อมูล: 112 European Street
Singapore 079066
สิงคโปร์

โปรดทราบว่า Hooq ได้ปิดตัวบริการในเดือนเมษายน 2020 ดังนั้นการตอบสนองอาจช้า หรืออาจมีข้อจำกัดในการติดต่อ Tocancel ขอแนะนำให้คุณส่งจดหมายแบบลงทะเบียนแบบมีการรับรองการส่งเพื่อให้มีหลักฐานว่าคุณส่งมีความพยายาม

หากสมัครผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทย

โปรด Tocancel แนะนำให้คุณติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณโดยตรง เพื่อเสนอขอยกเลิกการเรียกเก็บเงินสำหรับ Hooq ต่อไปนี้คือหมายเลขศูนย์บริการลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายหลัก:

  • AIS: 1175 (โทรจากหมายเลข AIS) หรือ 02-2000-889
  • Dtac: 1678 (โทรจากหมายเลข Dtac) หรือ 02-797-8000
  • Truemove: 123 (โทรจากหมายเลข Truemove) หรือ 02-9060-550
  • True: 1331 (โทรจากหมายเลข True) หรือ 02-234-3000

เมื่อติดต่อขอให้ระบุชื่อ หมายเลขบัญชี หมายเลขเบิ้ล Hooq และขอให้ปิดการเรียกเก็บเงินทันที

สรุป: การยกเลิก Hooq และการรับคืนเงิน

การยกเลิก Hooq อาจดูซับซ้อน แต่หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนที่ Tocancel ให้ไว้ข้างต้น คุณจะสามารถยกเลิกได้อย่างราบรื่น และขอรับเงินคืนสำหรับส่วนที่เหลือของการสมัครสมาชิก

นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้:

  1. คุณมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ในการยกเลิกและขอรับเงินคืน
  2. ใช้จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีหลักในการยกเลิก เพื่อให้มีหลักฐานทางกฎหมาย
  3. หากสมัครผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย ให้ยกเลิกทั้ง Hooq และผู้ให้บริการ
  4. เก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น บัตรใบเตือนการส่งและใบตอบรับ
  5. ติดตามการยกเลิกและการคืนเงินภายในเวลาที่กำหนด
  6. หากเกิดปัญหา โปรด Tocancel ช่วยให้คุณร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

Tocancel ได้ช่วยให้ผู้บริโภคนับพันคนในประเทศไทยยกเลิกบริการและขอรับเงินคืนอย่างสำเร็จ นอกจาก Hooq แล้ว Tocancel ยังให้บริการช่วยเหลือในการยกเลิกบริการสมัครสมาชิกอื่น ๆ หากคุณมีข้อคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โปรดไปที่ tocancel.com เพื่อติดต่อทีมเชี่ยวชาญของเรา Tocancel มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภคมีอำนาจในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย — Hooq

Hooq คืออะไร?

Hooq เป็นบริการสตรีมมิงภาพยนตร์และซีรีส์ที่ให้บริการในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ได้หยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2020.

ทำไมผู้ใช้ต้องการยกเลิก Hooq?

ผู้ใช้ต้องการยกเลิก Hooq เนื่องจากบริการหยุดให้บริการและต้องการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่เหลือของการสมัครสมาชิก.

สิทธิในการยกเลิกและคืนเงินมีอะไรบ้าง?

ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ใช้มีสิทธิในการยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินสำหรับส่วนที่ไม่ได้ใช้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน.

วิธีการยกเลิก Hooq มีอะไรบ้าง?

ผู้ใช้สามารถยกเลิก Hooq ได้หลายวิธี เช่น การส่งจดหมายลงทะเบียน การยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play ขึ้นอยู่กับวิธีที่สมัครสมาชิก.

หากไม่สามารถยกเลิกได้จะทำอย่างไร?

หากผู้ให้บริการปฏิเสธการยกเลิกหรือคืนเงิน ผู้ใช้สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือศูนย์บริหารข้อพิพาทเพื่อขอความช่วยเหลือ.

ยี่ห้ออื่นๆ

เข้าถึงเส้นทางประเภทเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว: